นักวิจัย :
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนัสชนก จงประสิทธิ์พร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
รองศาสตราจารย์ดร.นันทกฤษณ์ ยอดพิจิตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ปกครองและครูมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน โดยเด็กในวัย 3-5 ขวบนั้น เป็นวัยที่มีการพัฒนาการเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ การสื่อสารและดูแลอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็นต้องมีช่องทางที่เหมาะสมในการติดต่อสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจและแนวทางการดูแลนักเรียนที่ตรงกันระหว่างครูและผู้ปกครอง ดังนั้นปัจจุบันจึงมีแอปพลิเคชันมากมายที่ถูกนำมาใช้สื่อสารระหว่างครูและผู้ปกครอง อย่างไรก็ตามแอปพลิเคชันที่ใช้ติดต่อสื่อสารทั่วไป ดังเช่น ไลน์ และ เฟสบุค ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์การสื่อสารเฉพาะทางดังกล่าว

และการสื่อสารระหว่างครูและผู้ปกครองนั้นมีจุดประสงค์ในการสื่อสารแตกต่างจากการสื่อสารโดยทั่วไป ซึ่งทั้งครูและผู้ปกครองต้องการให้ช่องว่างการสื่อสารระหว่างบ้านและโรงเรียนลดน้อยลงและเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารให้มีประโยชน์ต่อตัวนักเรียนมากที่สุด ช่องทางในการสื่อสารและแอปพลิเคชันที่เฉพาะเจาะจงจึงมีความจำเป็นในการสื่อสารระหว่างครูและผู้ปกครองเป็นอย่างมาก

 

จึงเป็นที่มาของการพัฒนาแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนโดยบริษัท แอดแวนส์ เทคโนโลยี อินโนเวชัน แอนด์ เซอร์วิสส์ จำกัด นำโดย ดร.มนัสชนก จงประสิทธิ์พร จาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและ รองศาสตราจารย์ดร.นันทกฤษณ์ ยอดพิจิตร จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

 

โดยแอปพลิเคชันนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ทั้งครูและผู้ปกครองมีความเข้าใจในการพัฒนาการของเด็กเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดตกิจวัตรประจำวันของเด็กสู่ผู้ปกครอง และผู้ปกครองสามารถดูแลและส่งเสริมการเรียนรู้ของบุตรหลานต่อจากครูได้สอดคล้องกับกิจกรรมที่โรงเรียน

 

ปัจจุบันแอปพลิเคชันดังกล่าวได้ถูกนำไปใช้ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลพลับพลาไชย อำเภอ อู่ทอง จังหวัด สุพรรณบุรี และ Well International School Bangna Bangkok แล้ว

 

โดยในบทความนี้เราจะพาไปรีวิวการใช้งานแอปพลิเคชันดังกล่าวกัน เริ่มต้นจากการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้ที่ลิงค์นี้เลย

 

iOS สามารถดาว์โหลดได้ที่ App Store ตาม link  https://itunes.apple.com/th/app/ptc/id1347471255?mt=8

ส่วน Android สามารถดาว์โหลดได้ที่ Google Play Store

https://play.google.com/store/apps/details?id=com.app.ptc

เรามาจำลองการใช้งานเป็นครูกันก่อน

เมื่อเราเลือกเป็นคุณครูจะมีระบบให้ทำการ Signup โดยต้องกรอก ชื่อ-นามสกุล Email จังหวัดที่ตั้งของโรงเรียน และ เลือกชื่อโรงเรียน หลังจากนั้นครูสามารถเพิ่มนักเรียนเข้าในห้องเรียนได้สามารถแก้ไข ประวัติและรูปภาพประจำตัวของนักเรียนได้โดยตรง

จุดเด่นของแอปพลิเคชันอยู่ที่ตรงนี้คือ ครูและผู้ปกครองสามารถสื่อสารกันได้ผ่านห้องสนทนา

ครูสามารถทำบันทึกรายงานประจำวันสำหรับนักเรียนแต่ละคนได้เลย โดยการเลือกชื่อชองนักเรียน ครูจะเห็นหน้าปฏิทินประจำวันที่ต้องการทำรายงาน ระบุพฤติกรรมการทานอาหาร อารมณ์และความตั้งใจในขณะเรียน ทั้งผู้ปกครองและคุณครูสามารถเห็นพัฒนาการของนักเรียนไปพร้อมๆ กัน

ถัดไปเราลองเริ่มมาทดสอบส่วนของผู้ปกครองกันบ้าง เช่นเดียวกันต้องมีการ Sign Up ก่อน ประกอบไปด้วยการกรอกชื่อ-นามสกุล Email ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์

เมื่อเพิ่มนักเรียนเรียบร้อย ผู้ปกครองต้องรอให้ครูอนุมัติผู้ปกครองให้เริ่มใช้ระบบ

เมื่อผู้ปกครองเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว ผู้ปกครองจะสามารถเห็นลูกของตนเองได้ในระบบ ถ้าผู้ปกครองมีลูกมากกว่า 1 คนก็สามารถเพิ่มนักเรียนได้ด้วย

เมื่อครูส่งรายงานประจำวันมาผู้ปกครองสามารถทราบได้ทันทีจากการเตือนรูประฆัง เพื่อให้มาติดตามข้อมูลกันอย่างใกล้ชิด และสื่อสารกับครูได้โดยตรง    

 

 

เมื่อผู้ปกครองต้องการดูรายงาน ให้เลือกที่ชื่อของนักเรียน จะนำผู้ใช้ไปสู่หน้าปฏิทิน และสีเหลืองที่สดงในปฏิทินแสดงให้เห็นว่าเป็นวันที่มีรายงานจากโรงเรียน และให้เลือกเปิดรายงานแต่ละฉบับได้

 

โดยในรายงานนั้น ผู้ปกครองสามารถดูรายงานและบันทึกรายงานประจำวันของบุตรตัวเอง เช่นการรับประทานอาหาร อารมณ์ในวันนั้น เวลาเข้าออกโรงเรียน และถ้ามีความคิดเห็นมาจากคุณครูก็สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้อีกด้วย พร้อมภาพในวันนั้นๆ

เราได้พูดคุยกับทีมพัฒนาเพิ่มเติมถึงแผนต่อยอดหลังจากนี้ โดยทีมได้เปิดเผยว่ามีแผนพัฒนาให้สามารถใช้กับเด็กในชั้นเรียนที่โตขึ้น ได้แก่ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา นอกจากนี้มีแผนให้แอปพลิเคชันสามารถให้ผู้ปกครองสามารถเข้าชมระหว่างวันได้ กล่าวคือเมื่อมีการแสดงผลงานต่างๆ ของนักเรียนผู้ปกครองสามารถเข้าร่วมชมและมีส่วนร่วมได้โดยตรงนั่นเอง

นับเป็นอีกโครงการที่นำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อลดช่องว่างของการสื่อสารระหว่างคุณครูและผู้ปกครองโดยตรง เพื่อพัฒนาทักษะของเด็กให้ไปในทิศทางเดียวกัน ถือเป็นโครงการที่สนับสนุนด้านการศึกษาซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทยและการพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต

0 แชร์

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

เรามุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและปฏิบัติตามกฏความเสมอภาคอย่างเคร่งครัด เราพยายามหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และตระหนักดีว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นอุปสรรคในการดำเนินงานตามนโยบายความเสมอภาคทางโอกาส การมีส่วนร่วม และสิทธิมนุษยชน